📞 โทร 096-752-5556 · เปิดทุกวัน 09:00–19:00 ตรวจการนอนหลับร่วมกับ อิทธิชัย คลีนิค
ความรู้เรื่องการนอนหลับ

ความรู้เรื่องนอนกรน & ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ทำความเข้าใจ OSA (Obstructive Sleep Apnea) ตั้งแต่อาการเตือน ปัจจัยเสี่ยง ภาวะแทรกซ้อน ไปจนถึงทางเลือกในการรักษา ตามแนวทางการแพทย์ล่าสุด

เริ่มต้น

นอนกรน กับ OSA ต่างกันอย่างไร

นอนกรน

Snoring

เสียงที่เกิดจากลมผ่านทางเดินหายใจส่วนบนที่แคบลง ทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นสั่นสะเทือน คนกรนหลายคนไม่ได้เป็น OSA แต่เสียงกรนดังเรื้อรังเป็น หนึ่งในอาการแสดงสำคัญ ของ OSA

ในประเทศไทยพบความชุกของ OSA ประมาณ 15.4% ในผู้ชาย และ 6.3% ในผู้หญิง จากการศึกษาในประชากรทั่วไป

อาการ

อาการที่ควรสังเกต

หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการเหล่านี้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยง OSA

🔊

กรนเสียงดังเป็นประจำ

เสียงกรนดังกว่าปกติ ดังจนได้ยินผ่านประตูที่ปิด หรือทำให้คนข้างๆ นอนไม่หลับ

💨

มีคนเห็นว่าหยุดหายใจ

คู่นอนหรือคนในครอบครัวเห็นว่าหยุดหายใจเป็นช่วง ๆ หรือหายใจติดขัดขณะหลับ (witnessed apnea)

😮‍💨

ตื่นมาสำลัก หายใจเฮือก

สะดุ้งตื่นจากการหายใจไม่ออก สำลักอากาศ หรือตื่นมาหอบกลางคืน

😴

ง่วงผิดปกติกลางวัน

ง่วงนอนกลางวันรุนแรง หลับง่ายขณะดูทีวี ประชุม หรือขับรถ ทั้งที่นอนเพียงพอ

😪

นอนหลับไม่เต็มอิ่ม

ตื่นมารู้สึกไม่สดชื่น ทั้งที่นอนเพียงพอ มีอาการอ่อนเพลีย ปวดหัวตอนเช้า

🛏️

นอนกระสับกระส่าย

นอนหลับไม่ต่อเนื่อง พลิกตัวไปมาบ่อย หรือรู้สึกเหมือนนอนไม่ลึก

ใครเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็น OSA

ความเสี่ยงประเมินได้จากประวัติ ตรวจร่างกาย หรือแบบสอบถาม STOP-Bang

ปัจจัยเสี่ยงพื้นฐาน

  • เพศชาย (เสี่ยงมากกว่าหญิง)
  • อายุมากกว่า 50 ปี
  • ดัชนีมวลกาย (BMI) สูง
  • เส้นรอบคอใหญ่กว่า 40 ซม.
  • คางเล็ก หรือฟันสบผิดปกติ
  • ทอนซิลโต ลิ้นไก่ยาว
  • โครงสร้างใบหน้าผิดปกติ
  • ประวัติคนในครอบครัวเป็น OSA

โรคประจำตัวที่เพิ่มความเสี่ยง

ผู้ที่มีโรคเหล่านี้ควรรีบประเมิน OSA แม้คะแนน STOP-Bang จะไม่สูง:

  • ภาวะหัวใจวาย (heart failure)
  • โรคหลอดเลือดแดงโคโรนารี
  • การเต้นผิดจังหวะของหัวใจ
  • ความดันสูงที่คุมยาก
  • ความดันหลอดเลือดปอดสูง
  • ภาวะอ้วนรุนแรง (morbid obesity)
  • โรคหืดที่ไม่ตอบสนองรักษา
  • โรคหลอดเลือดสมอง
  • ไตวายเฉียบพลันหรือเรื้อรัง
  • โรคเบาหวาน
  • ภาวะซึมเศร้า
  • ภาวะขาดไทรอยด์ฮอร์โมน

อาชีพเสี่ยงสูง

ผู้ที่ประกอบอาชีพต่อไปนี้ ควรประเมิน OSA แม้ยังไม่มีอาการ เพื่อป้องกันสาธารณภัยร้ายแรง: นักบิน · คนขับรถสาธารณะหรือรถบรรทุกเชื้อเพลิง · บุคลากรที่ทำงานควบคุมระบบที่ซับซ้อนหรือเสี่ยงสูง

ทำไมต้องรักษา

ภาวะแทรกซ้อนหากไม่รักษา

OSA ที่ไม่ได้รับการรักษามีผลต่อสุขภาพในระยะยาวอย่างชัดเจน

❤️

โรคหัวใจ

โรคหลอดเลือดแดงโคโรนารี และการเต้นผิดจังหวะ เช่น atrial fibrillation

🩺

ความดันโลหิตสูง

โดยเฉพาะความดันที่คุมยากด้วยยา รวมถึงความดันหลอดเลือดปอดสูง

🧠

โรคหลอดเลือดสมอง

เสี่ยงต่อ stroke สูงขึ้น ส่งผลต่อสมรรถภาพในระยะยาว

🚗

อุบัติเหตุจากความง่วง

ความง่วงผิดปกติในเวลากลางวันเพิ่มความเสี่ยงอุบัติเหตุทางรถยนต์และการทำงาน

💔

คุณภาพชีวิตลดลง

ส่งผลต่อสมาธิ อารมณ์ ความสัมพันธ์ และประสิทธิภาพการทำงาน

⚠️

ภาวะแทรกซ้อนอื่น

เกี่ยวข้องกับเบาหวาน ภาวะซึมเศร้า โรคไต ภาวะอ้วน ที่อาจรุนแรงขึ้น

การวินิจฉัย

วินิจฉัย OSA อย่างไร

การวินิจฉัย OSA ทำโดยการ ทดสอบการนอนหลับ (Sleep Test) ซึ่งวัดค่า AHI (Apnea-Hypopnea Index) — จำนวนครั้งที่หยุดหายใจหรือหายใจแผ่วต่อชั่วโมง โดยแบ่งระดับความรุนแรงดังนี้:

AHI 5–15
ระดับเล็กน้อย (Mild)
AHI 15–30
ระดับปานกลาง (Moderate)
AHI > 30
ระดับรุนแรง (Severe)

การตรวจการนอนหลับมี 4 ประเภทตามความซับซ้อนของอุปกรณ์ — Type 1 (PSG ในห้องตรวจของโรงพยาบาล มีเจ้าหน้าที่เฝ้า), Type 2 (PSG ครบช่องสัญญาณนอกห้องตรวจ), Type 3 (ตรวจที่บ้านอย่างน้อย 4 สัญญาณ ใช้วินิจฉัย OSA ระดับปานกลาง–รุนแรง) และ Type 4 (วัดออกซิเจนปลายนิ้ว ใช้คัดกรองเท่านั้น) — โซมา เวลเนส ไพรม์ให้บริการ ตรวจ Type 3 ที่บ้าน ราคา ฿2,900 อ่านผลโดยแพทย์ของ อิทธิชัย คลีนิค หรือเริ่มจาก แบบสอบถาม STOP-Bang

ทางเลือกในการรักษา

การรักษา OSA มีหลายทางเลือก

แพทย์จะพิจารณาวิธีที่เหมาะสมตามปัจจัยตัวโรค ปัจจัยตัวผู้ป่วย และวิธีการรักษา

1

การปรับพฤติกรรม

การให้ความรู้เรื่องโรค สุขอนามัยการนอนหลับ และการลดน้ำหนัก ผลลัพธ์ดีกว่าการให้คำแนะนำทั่วไปเมื่อมีการดูแลและติดตาม

เหมาะกับ: ผู้ป่วยทุกราย เป็นพื้นฐานของการรักษา

2

PAP Therapy — การบำบัดด้วยเครื่องอัดอากาศแรงดันบวก

ครอบคลุม CPAP (แรงดันคงที่), APAP (ปรับอัตโนมัติ), BiPAP (สองระดับ), และ ASV — ทำหน้าที่เป็น "pneumatic splint" เพื่อไม่ให้ทางเดินหายใจยุบตัว · ประสิทธิภาพสูงและความเสี่ยงต่ำ

เหมาะกับ: AHI ≥ 15, อาการง่วงกลางวันมาก, BMI สูง, มีโรคประจำตัวสำคัญ — เป็นทางเลือกแรกที่แนะนำ · ผู้ตรวจ Type 3 กับโซมา เวลเนส ไพรม์ เริ่มทดลองใช้ CPAP ได้ทันทีหลังวินิจฉัย (มัดจำ ฿25,000 · ฿2,000/สัปดาห์)

3

อุปกรณ์ในช่องปาก (Oral Appliance)

ที่นิยมที่สุดคือ MAD (Mandibular Advancement Device) — ดันขากรรไกรล่างไปข้างหน้าเพื่อเปิดทางเดินหายใจ ทำเฉพาะบุคคลโดยทันตแพทย์ ต้องปรับและติดตามผลเป็นระยะ

เหมาะกับ: OSA ระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง หรือผู้ที่ใช้ PAP ไม่ได้/ไม่สะดวก เช่น ต้องเดินทางบ่อย

4

หัตถการรุกล้ำน้อย

Radiofrequency (RF) ทำได้ที่จมูก เพดานอ่อน หรือโคนลิ้น และ Erbium YAG Laser สำหรับนอนกรนและ OSA ที่ไม่รุนแรง

เหมาะกับ: ผู้ที่นอนกรนและความเสี่ยง OSA ต่ำ หรือ OSA ไม่รุนแรง · ไม่แนะนำ CO₂ Laser LAUP เนื่องจากอัตราความสำเร็จต่ำและภาวะแทรกซ้อนสูง

5

การผ่าตัด (Surgical Procedures)

มีหลายชนิดตามตำแหน่งของการอุดกั้น:

  • ผ่าตัดจมูก (Nasal surgery) — สำหรับผู้ที่คัดจมูกหรือใช้ CPAP ไม่ได้
  • ตัดทอนซิล (Tonsillectomy) — สำหรับผู้ที่ทอนซิลโต
  • UPPP — แก้การอุดกั้นจากลิ้นไก่ เพดานอ่อน คอหอย
  • ผ่าตัดโคนลิ้น/คอหอย/กล่องเสียง
  • Skeletal surgery (MMA) — ผ่าตัดขากรรไกรและใบหน้า
  • Bariatric surgery — ผ่าตัดลดน้ำหนัก สำหรับ BMI ≥ 37.5 หรือ ≥ 32.5 ร่วมโรคแทรกซ้อน
  • การกระตุ้นเส้นประสาทใต้ลิ้น (Hypoglossal Nerve Stimulation) — ฝังเครื่องกระตุ้นให้ลิ้นไม่ตกไปอุดทางเดินหายใจขณะหลับ สำหรับ OSA ระดับปานกลาง–รุนแรงที่ใช้ CPAP ไม่ได้ (ตามเกณฑ์ US FDA: AHI 15–100, BMI ไม่เกิน 40) หลังประเมินด้วยการส่องกล้องขณะหลับ (DISE) · ได้รับอนุมัติจาก อย. ไทย และมีให้บริการในโรงพยาบาลบางแห่ง

เหมาะกับ: ผู้ที่ไม่ต้องการใช้ PAP, อายุน้อย, BMI < 40, มีโครงสร้างที่ทำให้ทางเดินหายใจอุดกั้น

6

ทางเลือกอื่น (Other Alternatives)

  • Positional Therapy — สำหรับ OSA ที่สัมพันธ์กับท่านอน (POSA)
  • Myofunctional Therapy — สำหรับนอนกรนหรือ OSA ที่ไม่รุนแรง
  • ยาลดอาการคัดจมูก — ช่วยให้ใช้ PAP ได้ดีขึ้น
  • ยา tirzepatide — US FDA อนุมัติเป็นยาตัวแรกสำหรับ OSA ระดับปานกลาง–รุนแรงในผู้ใหญ่ที่มีภาวะอ้วน (ธ.ค. 2567) ในไทยได้รับอนุมัติสำหรับควบคุมน้ำหนักเมื่อมีโรคร่วม เช่น OSA ต้องสั่งจ่ายและติดตามโดยแพทย์
  • ยากระตุ้นความตื่นตัว — สำหรับอาการง่วงที่ยังเหลืออยู่แม้ใช้ PAP สม่ำเสมอแล้ว ตามดุลยพินิจของแพทย์
  • ยาเม็ดออกฤทธิ์ต่อกล้ามเนื้อทางเดินหายใจ (AD109) — อยู่ระหว่างการพิจารณาของ US FDA ยังไม่มีจำหน่าย
  • Nocturnal Oxygen Supplementation — เสริมร่วมกับ PAP ในผู้ป่วย COPD หรือหัวใจล้มเหลว
7

การรักษาแบบผสมผสาน (Multimodality)

การใช้หลายวิธีร่วมกันเพื่อผลการรักษาที่ดีขึ้น เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ใช้วิธีเดียวแล้วยังไม่ได้ผลตามที่คาดหวัง

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับนอนกรนและ OSA

คนที่นอนกรนทุกคนเป็นภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) หรือไม่?

ไม่ใช่ทุกคน หลายคนนอนกรนโดยไม่มี OSA แต่การกรนเสียงดังเป็นประจำ ร่วมกับมีคนเห็นว่าหยุดหายใจ หรือง่วงมากตอนกลางวัน เป็นสัญญาณสำคัญที่ควรตรวจการนอนหลับ

ค่า AHI เท่าไหร่ถือว่าเป็น OSA?

AHI คือจำนวนครั้งที่หยุดหายใจหรือหายใจแผ่วต่อชั่วโมง ค่า 5–15 คือระดับเล็กน้อย 15–30 ระดับปานกลาง และมากกว่า 30 ระดับรุนแรง แพทย์จะแปลผลร่วมกับอาการและโรคประจำตัว

OSA รักษาหายขาดได้หรือไม่ ต้องใช้ CPAP ตลอดชีวิตไหม?

CPAP ควบคุมอาการได้ดีเมื่อใช้ทุกคืน แต่ไม่ได้รักษาให้หายขาด ในบางราย การลดน้ำหนัก การผ่าตัดแก้จุดอุดกั้น หรือการรักษาอื่น อาจทำให้ความรุนแรงลดลงจนแพทย์ปรับแผนการรักษาได้ ควรตรวจซ้ำตามที่แพทย์แนะนำ

ตอนนี้มียารักษา OSA แล้วหรือยัง?

ในเดือนธันวาคม 2567 องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (US FDA) อนุมัติ tirzepatide เป็นยาตัวแรกสำหรับ OSA ระดับปานกลางถึงรุนแรงในผู้ใหญ่ที่มีภาวะอ้วน ในประเทศไทย Mounjaro (tirzepatide) วางจำหน่ายตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม 2568 โดยได้รับอนุมัติสำหรับเบาหวานชนิดที่ 2 และการควบคุมน้ำหนักในผู้ที่มีโรคร่วม เช่น OSA ต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ ส่วนยาเม็ด AD109 ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของ US FDA (กำหนดตัดสินภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2570)

ถ้าใช้ CPAP ไม่ได้ มีทางเลือกอะไรบ้าง?

มีหลายทางเลือกตามความรุนแรงและโครงสร้างทางเดินหายใจ เช่น อุปกรณ์ในช่องปาก (MAD) การปรับท่านอน การผ่าตัด และการฝังเครื่องกระตุ้นเส้นประสาทใต้ลิ้น (Hypoglossal Nerve Stimulation) ซึ่งได้รับอนุมัติจาก อย. ไทยและเริ่มให้บริการในโรงพยาบาลบางแห่งในไทยแล้ว

ไม่รักษา OSA อันตรายแค่ไหน?

OSA ที่ไม่ได้รักษาเพิ่มความเสี่ยงความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคหลอดเลือดสมอง เบาหวานคุมยาก และอุบัติเหตุจากการง่วงขณะขับรถ

แหล่งอ้างอิง

  1. แนวทางการพัฒนาการวินิจฉัยและรักษานอนกรนและโรคหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นในประเทศไทย สำหรับผู้ใหญ่ พ.ศ. 2568 — สมาคมโรคนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ ร่วมกับราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกแพทย์แห่งประเทศไทย
  2. US FDA: FDA Approves First Medication for Obstructive Sleep Apnea (20 ธ.ค. 2567)
  3. Zuellig Pharma: Mounjaro (tirzepatide) วางจำหน่ายในประเทศไทยปลายเดือนพฤษภาคม 2568
  4. Apnimed: US FDA รับพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียนยา AD109 (14 ก.ค. 2569)
  5. โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์: ถาม-ตอบ Hypoglossal Nerve Stimulation (ส.ค. 2568)
  6. AASM Manual for the Scoring of Sleep and Associated Events

ปรับปรุงเนื้อหาล่าสุด: กันยายน 2569

เจาะลึกเพิ่มเติม

ทางเดินหายใจเป็นเพียงหนึ่งในสามมิติ

หน้านี้พูดถึงมิติของร่างกาย — ทางเดินหายใจของคุณ แต่หลายคนตรวจ OSA แล้วได้ผล "ปกติ" ทว่ายังเหนื่อยล้า เพราะมีอีกสองมิติที่กำหนดการนอนของคุณ นั่นคือสภาพแวดล้อมในห้องนอนและชีวเคมีในเลือด บทความคู่ขนานของเราครอบคลุมทั้งสองมิติ พร้อมเหตุผลว่าทำไมการนอนจึงเป็นรากฐานของสุขภาพ — โดยวางหลักฐานไว้อย่างตรงไปตรงมา

อ่านต่อ: มากกว่าแค่ทางเดินหายใจ →

เริ่มต้นจากการรู้ความเสี่ยงของตัวเอง

ทำแบบสอบถาม STOP-Bang 1 นาที เพื่อรับคำแนะนำว่าควรตรวจ Sleep Study หรือไม่

ทำแบบสอบถามคัดกรอง OSA